ถ้าร่างกายเหนื่อยล้าจากการทำงานและชีวิตเมือง ถึงเวลาออกไปเข้าป่า เยียวยาด้วยธรรมชาติ สูดโอโซนบริสุทธิ์ ไปชาร์จพลังฟีลอาบป่า กับ 5 อุทยานแห่งชาติในภูมิภาคภาคกลางใกล้คุณ ที่เดินทางง่าย ไม่ไกลกรุงเทพฯ เพียงขับรถไปแค่อึดใจเดียว ก็ได้สัมผัสธรรมชาติเขียว ๆ ที่ดีต่อใจกันได้เลย
1. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี
ผืนป่ามรดกโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทำไมต้องรู้จัก: ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ระดับมรดกโลก เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมทะเลหมอกยามเช้าและทัศนียภาพป่าไม้เขียวขจีที่เขาพะเนินทุ่ง รวมทั้งเป็นจุดส่องนกสายพันธุ์หายากและชมฝูงผีเสื้อที่แคมป์บ้านกร่าง หรือจะพักผ่อนด้วยการกางเต็นท์ริมเขื่อนแก่งกระจานรับลมเย็นสบาย ๆ ซึ่งบริเวณริมเขื่อนแก่งกระจานเป็นหนึ่งในจุดที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เช่นเดียวกันกับน้ำตกป่าละอู อีกหนึ่งจุดที่เที่ยวได้ตลอดปี และพลาดไม่ได้
ข้อควรรู้: เขาพะเนินทุ่งและโป่งลึกจะปิดการท่องเที่ยวประจำปี 3 เดือน สิงหาคม – ตุลาคม ช่วงหน้าฝน เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟู และจะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายน ส่วนจุดชมผีเสื้อโดยปกติจะเป็นช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน (หากปีไหนสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ฤดูกาลอาจยืดขยายไปจนถึงเดือนกรกฎาคม) ส่วนจุดส่องนกสามารถดูกันได้ตลอดทั้งปี
- จองที่พักและลานกางเต็นท์ออนไลน์ (ริมเขื่อนและแคมป์บ้านกร่าง) ได้ที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ https://nps.dnp.go.th/ (เปิดบริการ 24 ชั่วโมง) ส่วนเขาพะเนินทุ่ง ติดต่อจองด้วยตัวเอง
- Facebook: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park
- โทร. 032 772 312

2. อุทยานแห่งชาติพุเตย สุพรรณบุรี
ผืนป่าที่สมบูรณ์ที่สุดของสุพรรณบุรี จุดชมทะเลหมอกยอดเขาเทวดา
ทำไมต้องรู้จัก: ดินแดนสำหรับสายลุยและผู้รักความสงบ ไฮไลต์คือการพิชิต “ยอดเขาเทวดา” จุดสูงสุดของสุพรรณบุรี เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้าแบบ 360 องศา และป่าสนสองใบตามธรรมชาติที่หาดูได้ยากในภาคกลาง โดยพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว จะมีทะเลหมอกหนาแน่น อากาศบนยอดเขาจะเย็นสบาย ทำให้ป่าสดชื่นสวยงามที่สุด หากถามถึงช่วงพีคของปี
ข้อควรรู้: ทางขึ้นยอดเขาเทวดาและเส้นทางท่องเที่ยวบางช่วงค่อนข้างชัน ควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือใช้บริการรถท้องถิ่น และควรเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินเท้าขึ้นไปจากด้านล่าง ส่วนช่วงที่ปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูคือช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม ก่อนกลับมาเปิดให้บริการช่วงปลายเดือนกรกฎาคมอีกครั้ง ทั้งยอดเขาเทวดา น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ ถ้ำตะเพินทอง ลานกางเต็นท์ตะเพินคี่
- สำหรับจุดตั้งแคมป์มีรวม 3 จุด ได้แก่ ที่ทำการอุทยานฯ พุเตยล่าง และตะเพินคี่ โดยสามารถโทรสอบถามและจองได้ที่อุทยานฯ ด้วยตัวเอง (ยังไม่มีบริการจองในเว็บไซต์กรมอุทยานฯ)
- Facebook: อุทยานแห่งชาติพุเตย – Phu Toei National Park
- โทร. 035 960 240

3. อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย สระบุรี
น้ำใสเย็นไหลตลอดปีกับสายน้ำตก 7 ชั้น
ทำไมต้องรู้จัก: เพราะไม่มีใครไม่รู้จัก จุดเช็กอินอุทยานแห่งชาติยอดฮิตใกล้กรุง ที่มีชื่อเสียงจาก น้ำตกเจ็ดสาวน้อย น้ำตกชั้นเล็ก ๆ ลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นสูงราว 1–4 เมตร ทั้งยังมีสายน้ำไหลเย็นตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำกว้าง ปลอดภัย เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ พักผ่อนและปิกนิกกับทั้งเพื่อนและครอบครัว สามารถเดินชมธรรมชาติริมลำธารได้ด้วย ทั้งยังมีข้อดีคือเที่ยวได้ตลอดปี โดยช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน จะอากาศดี น้ำจะใสถ่ายรูปสวย ส่วนช่วงฤดูฝนน้ำจะเยอะและไหลแรง
ข้อควรรู้: บริเวณน้ำตกเล่นน้ำได้ปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ดูแลตามจุดต่าง ๆ โดยมีจุดยอดนิยมและเหมาะกับการเล่นคือ ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 4 ที่สำคัญควรปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด โดยทางอุทยานมีจุดคัดกรองตรวจสัมภาระอย่างละเอียด ตามกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ส่วนใครที่ชอบตั้งแคมป์หรือค้างคืน ที่นี่มีทั้งบ้านพักศิริพบและลานนับดาว จุดกางเต็นท์อย่างเป็นทางการภายในอุทยานฯ
- จองที่พักและลานกางเต็นท์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมอุทยานฯ https://nps.dnp.go.th
- Facebook: อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย Namtok Chet Sao Noi National Park
- โทร. 036 346 586

4. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กาญจนบุรี
สวรรค์แห่งตะวันตก พิชิตเขาช้างเผือก สัมผัสหมอกป่าเขา
ทำไมต้องรู้จัก: นี่คือผืนป่าตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยทิวเขาและสายหมอก มีจุดชมวิวเนินกูดดอยที่มองเห็นทะเลหมอก เนินกูดดอยช้างเผือก และเขาช้างเผือกได้สวยงาม และเป็นที่ตั้งของ “เขาช้างเผือก” เส้นทางเดินป่าสันเขา “สันคมมีด” ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวมือโปรอยากมาพิชิตเปิดประสบการณ์ โดยในช่วงที่เส้นทางเขาช้างเผือกเปิดให้บริการคือเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ต้องลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าตามระเบียบอุทยานฯ เนื่องจากจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน
ข้อควรรู้: เนื่องจากเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีช้างป่าอาศัย จึงควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด และหากได้จังหวะ นักท่องเที่ยวอาจได้เจอกับ “นกเงือก” และ “หมาไม้” สัตว์ป่าคุ้มครองหายากที่ถือเป็นสัญญาณสะท้อนถึงพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์
- จองที่พักและลานกางเต็นท์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมอุทยานฯ https://nps.dnp.go.th
- Facebook: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – Thongphaphum National Park
- โทร. 098 252 0359

5. อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ประจวบคีรีขันธ์
สัมผัสความเงียบสงบ ชมทิวทัศน์ชายทะเลในอ้อมกอดป่าสน
ทำไมต้องรู้จัก: อุทยานแห่งชาติทางทะเลบรรยากาศเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน โดดเด่นด้วยแนวป่าสนร่มรื่นยาวเหยียดขนานไปกับหาดทรายขาวสะอาด การันตีด้วยรางวัล Green National Park เหมาะสำหรับสายแคมป์ปิงที่อยากรับลมทะเล นอนฟังเสียงคลื่น หรือจะนั่งจิบเครื่องดื่มชิล ๆ ที่ร้าน “เกาะจาน คอฟฟี่” คาเฟ่ริมหาดภายในอุทยานฯ ก็ได้ฟีลพักผ่อนอย่างแท้จริง ทั้งยังมีไฮไลต์อย่าง “เกาะจานและเกาะท้ายทราย” จุดดำน้ำตื้นสุดฮิต ที่มีน้ำทะเลใสแจ๋ว เต็มไปด้วยแนวปะการัง ดอกไม้ทะเล และฝูงปลา รวมถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับปั่นจักรยานและเดินชมพรรณไม้ นก หรือผีเสื้อในอุทยานฯ
ข้อควรรู้: มีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงที่ฝั่งอ่าวไทยคลื่นลมสงบ น้ำใส เหมาะแก่ทำกิจกรรมดำน้ำตื้นและเล่นน้ำมากที่สุด ส่วนในช่วงช่วงมรสุม (ประมาณเดือนพฤศจิกายน) หรือช่วงลมหนาวมา จะมีการปิดให้บริการชั่วคราว ทั้งเพื่อการฟื้นฟูธรรมชาติและความปลอดภัย ตามประกาศอุทยานฯ ส่วนพื้นที่อุทยานแห่งชาติโดยรวมจะเปิดให้บริการตลอดทั้งปี
- จองที่พักและลานกางเต็นท์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมอุทยานฯ ได้ที่ https://nps.dnp.go.th/
- Facebook: อุทยานแห่งชาติหาดวนกร Hat Wanakorn National Park
- โทร. 063 142 1121

ไม่ว่าจะกำลังมองหาความท้าทายในการเดินป่าพิชิตยอดเขา สายลมเย็นริมหาดทรายพร้อมจุดดำน้ำ หรือพื้นที่สงบ ๆ นั่งมองสายน้ำตกฟังเสียงธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติในภูมิภาคภาคกลางพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การพักผ่อนตามความต้องการใน “ฟีลอาบป่า” ท่ามกลางธรรมชาติ เพียงแค่คุณเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ก็เติมความสุขาทันทีที่เที่ยวภาคกลางกันได้เลย!
