เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เติมเต็มความสุขท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ
เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง หลายคนคงเริ่มคิดถึงกลิ่นหมอกยามเช้า และเสียงน้ำไหลที่ปลอบประโลมใจ “กาญจนบุรี” คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตในฤดูหนาว ที่เดินทางง่ายจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสธรรมชาติที่ทั้งสงบ สดชื่น และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่า
ทริปนี้เราชวนคุณเก็บกระเป๋าไปเที่ยว 2 วัน 1 คืน ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของเมืองกาญจน์
Day 1 : สัมผัสธรรมชาติ – ชมวิวเขื่อน – พักริมน้ำแคว
เช้า : เดินทางจากกรุงเทพฯ ไป เขื่อนศรีนครินทร์
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เขื่อนศรีนครินทร์ จุดชมวิวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด ยามเช้าหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผืนน้ำ และแสงแดดอ่อน ๆ ที่สะท้อนบนสันเขื่อน เป็นภาพที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายทันที
แวะถ่ายรูปมุมสวย ๆ และเดินเล่นบนสันเขื่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดก่อนออกเดินทางต่อ

เที่ยง : แวะทานอาหารท้องถิ่นที่ “ตลาดทองผาภูมิ”
ตลาดเล็ก ๆ ริมทางที่เต็มไปด้วยของอร่อยพื้นบ้าน เช่น ข้าวฟ่างต้ม กล้วยตาก น้ำผึ้งป่า และผักสดจากชาวเขา ลองแวะชิมเมนูขึ้นชื่อ “แกงป่าหมูป่า” หรือ “ไก่บ้านต้มขมิ้น” ที่รสชาติถึงเครื่องสุด ๆ
บ่าย : ขึ้น “สะพานมอญ” ชมวิวหมอกกลางทะเลสาบสังขละบุรี
ช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยังอำเภอสังขละบุรี จุดไฮไลต์ของทริปนี้ สะพานมอญหรือสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ เป็นจุดชมวิวสุดโรแมนติก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่หมอกเริ่มคลอเคลียเหนือน้ำ
ไม่ควรพลาดการใส่บาตรยามเช้าในวันรุ่งขึ้นกับชาวมอญ ที่ยังคงวิถีดั้งเดิมไว้อย่างสวยงาม

ค่ำ : พักรีสอร์ตริมน้ำ – ดินเนอร์กลางหมอก
คืนนี้พักผ่อนในรีสอร์ตริมแม่น้ำแคว บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักใจให้ช้าลง ลองจิบชาร้อน หรือทานอาหารเย็นท่ามกลางสายหมอกบาง ๆ และฟังเสียงแมลงยามค่ำคืนก่อนนอน
Day 2 : รับแสงแรก – เที่ยวเมือง – ปิดท้ายด้วยธรรมชาติกลางใจเมือง
เช้า : ใส่บาตรบนสะพานมอญ – แวะวัดวังก์วิเวการาม
เริ่มวันใหม่ด้วยกิจกรรมยอดฮิต “ใส่บาตรพระบนสะพานมอญ” ท่ามกลางอากาศเย็นและหมอกหนา สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้าน จากนั้นแวะชม “วัดวังก์วิเวการาม” วัดเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม และเรียนรู้เรื่องราวของหลวงพ่ออุตตมะ

สาย : ล่องแพชมวิว – ถ่ายรูปกับโบสถ์จมน้ำ (วัดใต้น้ำ)
ก่อนเดินทางกลับ อย่าลืมแวะล่องแพชมทะเลสาบเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ และแวะถ่ายรูปกับ “วัดใต้น้ำ” สัญลักษณ์แห่งสังขละบุรีที่โดดเด่นกลางผืนน้ำ สวยงามไม่ซ้ำใคร

บ่าย : แวะเช็กอิน “ต้นจามจุรียักษ์” – ปิดทริปด้วยความร่มรื่น
ก่อนกลับกรุงเทพฯ แนะนำแวะพักที่ “ต้นจามจุรียักษ์” สัญลักษณ์อีกหนึ่งแห่งของเมืองกาญจน์ ตื่นตาตื่นใจกับต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มรื่นกลางทุ่งเขียวอันกว้างใหญ่ ให้บรรยากาศสงบ สดชื่น และเหมาะกับการนั่งพัก ถ่ายรูป หรือปิกนิกเบา ๆ ปิดท้ายทริปอย่างอบอุ่น

ฤดูหนาวปีนี้ ชวนคนที่คุณรักไป “กาญจนบุรี”
สัมผัสอากาศหนาว ล่องแพชมหมอก เดินสะพานไม้ ชมวัดใต้น้ำ และจิบกาแฟกลางหุบเขา
เพียง 2 วัน 1 คืน ก็ได้พลังดี ๆ กลับมาเต็มหัวใจ หรือถ้ามีเวลาเพิ่มอีกนิด 3 วัน 2 คืน ก็ยิ่งได้ใช้ชีวิตช้า ๆ ซึมซับธรรมชาติและความสุขได้อย่างเต็มที่
เพราะกาญจนบุรีคือจุดหมายที่ได้พักกาย พักใจ อยู่ใกล้ธรรมชาติ
เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้งบน้อย แต่ได้ความสุขกลับมาเกินคุ้ม
