ขอเชิญเที่ยวงาน “งานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 13 และมหกรรมศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวแบบไทย”

ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2560 ณ วัดมหาธาตุ และวัดหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

                   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย สมาคมครูมวยไทย สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดงาน “งานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 13 และมหกรรมศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวแบบไทย” ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2560  ณ วัดจุฬามณี วัดมหาธาตุ  และวัดหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา0เพื่อเป็นการยกย่องและส่งเสริมศิลปะการป้องกันตัวของไทยอันเป็นมรดกโลกที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ของบรรพชนไทย    ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างจากชนชาติอื่น

                   

                     นายอิสสระพงษ์  แทนศิริ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า   การจัดงานในปีนี้คาดว่าจะมีนักมวยชาวต่างชาติให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม และเดินทางมาร่วมงานกว่า 50 ประเทศ มีนักมวยเข้าร่วมพิธีไหว้ครูมวยไทยประมาณ 1,300 คน ในการนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 13 ในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560   เวลา 17.30 น. ณ บริเวณวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงานมีการสักยันต์ การเขียนยันต์   การแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย การตีดาบอรัญญิก การสาธิตหัตถศิลป์ไทย การสาธิตประกอบอาหารไทย และบริเวณงานมีการออกค่ายมวยไทยที่มีมาตรฐาน ภายในงานพบกับ “ศึกมหัศจรรย์มวยไทยมรดกโลก”0มีนักมวยขวัญใจชาวไทย เช่น เขาทราย แกแล็คซี่, สามารถ พยัคฆ์อรุณ0,0สมรักษ์ คําสิงห์  พร้อมกับนักมวยขวัญใจชาวไทย และชาวต่างประเทศ  นำโดย“บัวขาว บัญชาเมฆ” ซึ่งมาร่วมงานในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 ณ เวทีมวยชั่วคราว วัดหลังคาขาว และร่วมพิธีไหว้ครูมวยไทยในช่วงค่ำด้วย (ชมฟรี)

  

                     ในส่วนของสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการจัดพิธีบวงสรวงนายขนมต้ม บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์นายขนมต้ม ณ สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และวัดจุฬามณี อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงเช้าของวันที่ 17 มีนาคม 2560  และห้ามพลาดชม การแข่งขันชกมวยไทย “ศึกวันเชิดชูเกียรตินายขนมต้ม” พร้อมรับชมการประกวด รำไหว้ครูมวยไทยบริเวณวัดหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

ประวัติความเป็นมาของ “นายขนมต้ม”

นายขนมต้มเกิดที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายเกิดและ นางอี มีพี่สาวชื่อ เอื้อย และในสมัยเด็กๆนายขนมต้มอาศัยอยู่ในวัดได้ศึกษาเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยอย่างต่อเนื่อง ในยามศึกสงครามพ่อแม่ และพี่สาวของนายขนมต้มถูกฆ่าตาย เหลือเพียงแต่นายขนมต้มที่รอดชีวิตมาได้ และได้ถูกจับมาเป็นเชลยในระหว่างการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 พงศาวดารได้กล่าวไว้ว่า เมื่อพระเจ้ามังระ โปรดให้มีการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ชเวดากอง ในเมืองย่างกุ้งเป็นการใหญ่ ปี พ.ศ. 2317 จึงได้แล้วเสร็จ วันที่ 17 มีนาคม นับเป็นวันที่มีฤกษ์งามยามดี จึงโปรดให้ทำพิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นสู่ยอดพระเจดีย์ เป็นปฐมฤกษ์ และได้ทรงเปิดงานมหกรรมฉลองอย่างยิ่งใหญ่    มีขุนนางพม่าได้กราบทูลว่า “มีนักมวยไทยที่เป็นเชลยศึก มีฝีมือดียิ่งนัก” พระเจ้ามังระ จึงตรัสสั่ง  ให้เอาตัวเชลยศึก นายขนมต้ม ซึ่งเป็นนักมวยที่มีฝีมือดีจากกรุงเก่ากรุงศรีอยุธยามาถวาย พระเจ้ามังระ   จึงได้ให้จัดนักมวยพม่าเข้ามาเปรียบกับนายขนมต้ม จัดให้ชกมวยต่อหน้าพระที่นั่ง ผลปรากฏว่า นายขนมต้มสามารถชกเอาชนะนักมวยพม่า ไม่ทันถึงยกก็ชกชนะนักมวยพม่ามากถึงเก้าคน สิบคน  พระเจ้ามังระทอดพระเนตรยกพระหัตถ์ตบพระอุระตรัสชื่นชมนายขนมต้มว่า “คนไทยนี้มีพิษสงรอบตัว แม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคน สิบคนนี่     หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และโคตรตระกูลแล้ว ไฉนเลย   กรุงศรีอยุธยาจะเสียทีแก่ข้าศึก ดั่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้”

หลังจากที่นายขนมต้มเอาชนะนักมวยพม่าได้แล้ว พระเจ้ามังระ ได้ปูนบำเหน็จให้เป็น ข้ารับใช้ในกรุงอังวะ แต่นายขนมต้มปฏิเสธ แต่ขอเป็นการปลดปล่อยตนและเชลยคนไทยทั้งหมด เพื่อเป็นอิสระ พระเจ้ามังระ จึงยอมทำตามคำขอ  ในที่สุดนายขนมต้มและเชลยศึกคนไทยได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิด ในสมัยที่พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปกครองกรุงธนบุรี เป็นราชธานี และเหตุการณ์ที่นายขนมต้มสามารถเอาชนะนักมวยพม่าได้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2317 นี้เอง จึงทำให้วันที่0170มีนาคมของทุกปี เป็นวันมวยไทย เพื่อเป็นเกียรติต่อนักมวยไทย นอกจากนี้ ชาวพระนครศรีอยุธยาได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์นายขนมต้ม ไว้ที่บริเวณสนามกีฬากลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกด้วย

 

ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยว

เข้าชมงาน “งานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 13 และมหกรรมศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวแบบไทย”

เพื่อร่วมอนุรักษ์ศิลปะการป้องกันตัวของไทย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา  โทร.0 3524 6076-7

www.muaythaifestival.com และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร.0 3524 5471 หรือ  : Tat Ayutthaya