ณ จุดหนึ่งบนชายขอบด้านทิศเหนือของกรุงเทพเมืองฟ้าอมร เป็นที่ตั้งของอาคารสีขาวชั้นเดียวอันมีสภาพใหม่หมาดๆ สะอาดตาในขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก แต่สิ่งของที่อยู่ภายในจะทำให้ความประหลาดใจของเราพองโตจนคับห้อง ด้วยความน่าอัศจรรย์ใจของหินรูปทรงประหลาดที่ตั้งเรียงก้อนกันเป็นแนวจนเต็มอยู่ในพื้นที่นั้น บ้างก็อยู่ในตู้กระจก บ้างก็ตั้งอยู่ด้านนอกท้าทายการแตะต้องลูบคลำของนักท่องเที่ยวมือซนที่เห็นด้วยตาเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่พอ ต้องขอสัมผัสตัวเป็นๆ ด้วยจึงจะครบอรรถรส ซึ่งการทำอย่างนั้นก็จะยิ่งให้ความงามของหินเหล่านี้ด้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วควรที่จะดูแต่ตาและใช้แค่กล้องถ่ายภาพเท่านั้น โปรดอย่าเอามือไปแตะสัมผัสมันเลย…

หินรูปทรงแปลกประหลาดที่จัดแสดงอยู่ภายในห้องนี้ล้วนแล้วแต่มีรูปทรงที่ชวนเปิดจินตนาการเป็นอย่างยิ่ง มองมุมหนึ่งก็เป็นสิ่งหนึ่ง แต่พอเปลี่ยนมุมอื่นดูบ้าง ก็กลับกลายเป็นอีกรูปทรงหนึ่งไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจ บางก้อนก็ดูคล้ายกับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่กำลังอยู่ในอิริยาบทนานาจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามันคือก้อนหินที่เกิดจากฝีมือของธรรมชาติจริงๆ

สิ่งหนึ่งที่นับเป็นเสน่ห์อย่างรุนแรงสำหรับหินประหลาดเหล่านี้ก็คือ “วิธีการตั้งชื่อหินแต่ละก้อน”ซึ่งเปี่ยมไปด้วยจินตนาการชี้นำ ส่งผลให้หินแต่ละก้อนมีบุคคลิกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คิดตามและตีความหมายได้มากยิ่งขึ้น

และที่สุดยอดเหนืออื่นใดก็คือการตั้งชื่อหินแต่ละก้อนนั้นแฝงด้วยคติสอนใจลึกซึ้งที่อาจจะไปสะดุดอยู่ในความคิดของใครหลายคนและชื่อของหินทุกก้อนนั้น เจ้าของผู้ครอบครองเป็นผู้คิดเองทั้งหมด โดยจะตั้งชื่อเริ่มต้นเป็นภาษาจีน ในอารมณ์แบบปราชญ์แห่งแผ่นดินใหญ่และไหว้วานให้เพื่อนฝูงที่รู้จักกันช่วยตั้งเป็นภาษาไทยและอังกฤษให้ในความหมายเดียวกัน

คุณบรรยง เลิศนิมิตร ผู้หลงไหลในรูปทรงของหินประหลาดและเก็บสะสมมันมาทั้งชีวิตได้เล่าให้เราได้ฟังว่า เดิมทีพิพิธภัณฑ์หินแปลกตั้งอยู่แถวๆ บางรัก ซึ่งก็เป็นเพียงแค่ห้องแถวขนาดไม่ใหญ่มากนัก เป็นเพราะความที่ชื่นชมประทับใจนับตั้งแต่ได้ไปเที่ยวชมงาน เกี่ยวกับหินและบอนไซตั้งแต่เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ความประทับใจในรูปทรงเชิงศิลปะและความรู้ทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเผื่อแผ่แบ่งปันสิ่งที่ตนเองมีให้แก่ผู้สนใจอื่นๆ ได้ชมบ้าง ในที่สุดแล้วก็ได้ตัดสินใจเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์หินแปลกบนถนนเจริญกรุงเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2542 ซึ่งก็ไม่จัดว่ามีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากมายเท่าไหร่นัก เหตุก็เพราะปัญหาทางด้านการเดินทางและสถานที่จอดรถซึ่งไม่ค่อยสะดวกกับการเดินทางเข้ามาชมสักเท่าไหร่

ที่สุดแล้ว ก็ได้ตัดสินใจย้ายพิพิธภัณฑ์มาตั้งอยู่ที่ปทุมธานีเมื่อสักปีเศษๆ ที่ผ่านมา ซึ่งเหมาะสมมาก ทั้งในแง่ของการเดินทางและมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตนเอง สามารถรองรับคณะนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ๆที่เดินทางมาด้วยรถทัวร์ได้สบาย

หินที่จัดแสดงนั้นมีทั้งที่มาจากต่างประเทศและภายในประเทศ มีตั้งแต่ หินตะกอน หินแร่ หินหยก หินย้อย ฯลฯ ไปจนถึงหินที่หาดูได้ยากอย่างประเภทฟอสซิล ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีให้ดูอยู่ไม่กี่แห่งนักในบ้านเรา และยิ่งประเภทถึงเนื้อถึงตัวกันได้อย่างที่นี่จะมีสักกี่ที่

หินบางก้อนนั้นมีลักษณะที่ประหลาดจนไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเหมือนกับอะไร?แต่หินที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญที่สุดของที่นี่ก็คือหินที่ตั้งชื่อว่า “สุดแสนดีใจที่ได้พบ” ซึ่งเป็นหินตะกอนเจือด้วยแคลไซด์ ลักษณะและรูปร่างตลอดจนเส้นสีขาวบนพื้นดำนั้น ดูคล้ายกับนกเพนกวินสองตัวกำลังจุ๊บกัน ดูแล้วมีลักษณะเหมือนมีความยินดีที่ได้พบกันจริงๆ

พิพิธภัณฑ์หินแปลก ตั้งอยู่บนถนนสายรังสิต-ปทุมธานี ตั้งต้นจากฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตใช้เส้นทางไปปทุมธานี ข้ามสะพานข้ามทางรถไฟและข้ามสามแยก วิ่งตรงไปเจอสี่แยกไฟแดง จากนั้นลอดใต้ทางด่วนแล้วจะข้ามคลองประปา หากมาจากทางด่วนบางปะอิน ให้ลงที่ช่องทางศรีสมานแล้วเลี้ยวซ้ายไปปทุมธานี จะเจอสะพานข้ามคลองประปา เมื่อถึงตรงนี้ให้ชะลอชิดซ้าย เพราะเป็นช่วงโค้ง จะเห็นร้านอาหาร “ครัวโชคดี” และป้ายบอกทางเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงนั้น ก็เลี้ยวซ้ายเข้ามาได้เลย